น้ำตาเป็นสายเลือด เกิดจากอะไรได้บ้าง (Haemolacria)


บทความและรูปภาพทั้งหมดเขียนโดยคุณ ความรู้สนุกๆแบบหมอแมว

gunhotnewsขอขอบคุณครับ


น้ำตาเป็นสายเลือด เกิดจากอะไรได้บ้าง (Haemolacria)

น้ำตาเป็นสิ่งที่ช่วยให้เยื่อบุตามีความชุ่มชื้น ป้องกันเชื้อโรค และคงไว้ซึ่งความใสกระจ่างเพื่อให้การมองเป็นไปได้ด้วยปกติ
ภายในน้ำตานั้นจะมีสารที่หลั่งออกมาจากส่วนต่างๆ เช่น จากต่อมน้ำตา จากต่อมไขมันบริเวณเปลือกตา และจากตัวเยื่อบุตาเอง ซึ่งจะประกอบกันทำให้น้ำตานั้นใส มีpHที่เหมาะสม ไม่ระเหยง่าย และมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรคได้
และเมื่อน้ำตาที่ควรจะใส กลับกลายเป็นสีเลือด นั่นแหละจะเป็นที่มาของความกังวล

น้ำตาเป็นสีเลือด
น้ำตาที่ออกมาเป็นเลือดนั้นน่ากลัว แต่ก่อนที่จะไปดูว่าน้ำตานั้นเป็นสีเลือดต้องแยกจากน้ำตาสีอื่นๆก่อนได้แก่
น้ำตาเป็นสีส้ม : พบได้ในการกินยาบางชนิด เช่น ยาวัณโรค / ยาล้างไต(ที่ซื้อตามร้านขายยา-ร้านยาชุด)
น้ำตาเป็นสีดำ : พบได้ในมะเร็งผิวหนังที่ไปเกิดที่ต่อมน้ำตา
น้ำตาสีเหล่านี้ไม่ได้สีแดง แต่บางครั้งออกมาสีไม่ปกติก็ทำให้กังวลหรือเข้าใจผิดว่าเป็นเลือดได้

ความผิดปกติเกิดจากที่ไหนได้บ้าง
ปกติก็จะต้องหาว่าน้ำตาที่เป็นเลือดนั้น มาจากที่ไหนเพื่อว่าจะได้ไปตีวงในการหาสาเหตุได้

แล้วสาเหตุของน้ำตาเป็นเลือดมีอะไรได้บ้าง
สาเหตุมีได้หลายอย่าง เช่น

1. การอักเสบ
การอักเสบของเยื่อบุตา ท่อน้ำตา ต่อมน้ำตา เปลือกตา สามารถทำให้เกิดเลือดไหลปะปนไปกับน้ำตาได้ ซึ่งการอักเสบทำให้เกิดเลือดปนในตาได้จาก 2 สาเหตุก็คือ
(ก) การอักเสบไปทำให้เส้นเลือดแถวนั้นเสียหายแตกทำลายลง จนเลือดไหล
(ข) การอักเสบที่ตา จะทำให้ตาเปลี่ยนการซึมผ่านของสารเพื่อว่าจะได้ขนเอาแอนติบอดี้จากในเลือดมา สู้กับเชื้อโรคได้ ซึ่งการเปลี่ยนการซึมผ่านของสารนั้นจะทำให้เลือดหลุดออกมาปะปนในน้ำตาได้โดย ไม่ต้องมีแผลใดๆ
สาเหตุที่พบได้บ่อยๆก็คือการติดเชื้อ การที่ตาแห้งมาก การใช้ตามากเกินไป ภูมิแพ้ที่ตา ใส่คอนแทคเลนส์ไม่ถูกต้อง และยังมีได้อีกหลายเหตุ

2. เส้นเลือดผิดปกติ
คนบางคนมีเส้นเลือดที่เยื่อบุตาโตกว่าปกติ ทั้งจากเกิดเอง หรือเกิดจากการอักเสบบ่อยๆ (เป็นต้อเนื้อต้อลม ตาอักเสบบ่อย) หรือบางคนมีโรคที่ทำให้เกิดเส้นเลือดฝอยโตกว่าปกติ (ชื่อโรคไม่ต้องสนใจ เพราะมีหลายโรค ... (จริงๆคือผมจำไม่ได้ มันเยอะ)
พวกเส้นเลือดที่ตาถ้ามันโตมากๆพอแตกก็เลือดไหลได้
3.ผู้ที่มีแข็งตัวของเลือดผิดปกติ
ในคนที่มีการขาดปัจจัยแข็งตัวของเลือดบางชนิด จะเกิดเลือดออกจากเยื่อบุได้ง่ายกว่าปกติ

4. เนื้องอก
เนื้องอกบางชนิดมีเส้นเลือดมาก หรือมีแผล ซึ่งทำให้มีเลือดไหลออกมาพร้อมน้ำตาได้ ... ซึ่งโดยมากมักพบที่ต่อมน้ำตาหรือที่ถุงน้ำตา(ที่หัวตา) เพราะถ้าเป็นเนื้องอกในตา ส่วนมากไม่ได้ไปหาหมอด้วยน้ำตาเป็นเลือด แต่จะไปหาหมอด้วยเรื่องก้อน

5. เลือดกำเดาไหล
บางคนเลือดกำเดาไหล แต่ไปอุดจมูกไว้แล้วจามหรือสั่งน้ำมูกแบบบีบจมูก (เคลียร์หู)
แล้วเลือดก็ไหลขึ้นมาที่ถุงน้ำตา ก่อนที่จะละลายย้อนกลับเข้าไปในน้ำตา

6. การบาดเจ็บ
คือบางคนเจอของกระเด็นเข้าตา มีแผล แล้วเลือดก็ไหลออกมา .... โดยมากเป็นกลุ่มโลหะ เพราะพวกนี้ฝังได้โดยอักเสบไม่มาก นอกจากนี้ก็เป็นการบาดเจ็บที่จมูกแล้วเลือดไหลย้อนขึ้นไปแบบข้อ5

7. Hematidrosis
ภาวะเหงื่อออกเป็นเลือด (หาอ่านได้จากหนังสือหมอแมว) ... ซึ่งภาวะนี้ก็ต้องหาเหตุแบบเดียวกันกับเรื่องน้ำตาเป็นเลือดนี่แหละ แต่อาจจะมีเรื่องปลีกย่อยลงไป เช่น การที่เลือดออกปนในเหงื่อและน้ำตา หลังการออกกำลังกายมาก เครียดจัด หรือมีประจำเดือน

8. แกล้งทำ
เรียกร้องความสนใจ / เรื่องทางศาสนาความเชื่อไสยศาสตร์ / หาเงิน

ไม่ว่าเป็นจากอะไร ควรไปพบแพทย์ สอบถามสาเหตุให้ชัดเจน และค่อยๆคิดถึงความเสี่ยงที่ตนเป็นได้
และเนื่องจากสาเหตุที่พบได้บ่อยมากที่สุดจะเป็นการอักเสบติดเชื้อหรือตาแห้ง ดังนั้น
ในคนที่ใช้คอนแทคเลนส์ ควรหยุดใช้คอนแทคเลนส์ไปก่อน
ในคนที่ใช้สายตามาก ไม่ว่าจะอ่านหนังสือ เล่นมือถือ ใช้คอมพิวเตอร์ นั่งเจริญสติแบบเพ่งมอง ฯลฯ ก็ให้ลดกิจกรรมนั้นๆลง
ล้างมือฟอกสบู่ อย่าเอาสิ่งที่ไม่สะอาดไปเช็ดตา รักษาความสะอาดมือและเล็บของตนดีๆ

ครับ
ปล. ภาพจาก pixabay.com/en/cat-red-eyes-animal-portrait-381777/

บทความและรูปภาพทั้งหมดเขียนโดยคุณ ความรู้สนุกๆแบบหมอแมว

gunhotnewsขอขอบคุณครับ



ผู้โพส: gunhotnews
วันที่: 05 พ.ค. 2559 22:24
จำนวนคนเข้าชมทั้งหมด:803
หมวด: ความรู้ทั่วไป

 

 

 

 


  แสดงความคิดเห็น
 
 
 
ชื่อ
กรุณากรอกข้อความตามภาพ    *ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ทุกตัวและมีอักษรภาษาไทยผสม 
อัพโหลดรูปที่นี่ และนำโค๊ด HTML Code มาใส่ในข้อความที่ต้องการ