อาวุธนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-9 Sidewinder


ขอขอบคุณ บทความจาก สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ
http://dtad.dti.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=225%3Asidewinder&catid=13%3Amissile-database&Itemid=2






อาวุธนำวิถีอากาศสู่อากาศ AIM-9 Sidewinder

Air Intercept Missile แบบ 9 (AIM-9 Series) เป็นอาวุธนำวิถีแบบอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ ความเร็วเหนือเสียง สามารถติดตั้งกับเครื่องบินได้หลายแบบ รวมถึงเฮลิคอปเตอร์ด้วย ตรวจจับเป้าโดยใช้ความร้อนจากเป้า (Heat Seeking) หรือ Semi Active Radar (รุ่น AIM-9C) หรือ Image Seeking (รุ่น AIM-9R)

จรวด AIM-9 มีหลายรุ่น ส่วนใหญ่จะใช้การตรวจจับความร้อนจากเป้า เริ่มใช้ครั้งแรกเมื่อปี 1956 โดยรุ่น AIM-9A เป็น Prototype จากนั้นได้ปรับปรุงคุณสมบัติให้ด ีขึ้นในแบบต่อมา คือ รุ่น AIM-9B, AIM-9C, AIM-9E/J/N/G/H AIM-9L/M, AIM-9D(-1,-2,-3,-4,-5), AIM-9R และ AIM-9X โดยมีรายละเอียด ดังนี้

• ยุคที่ 1 จรวดรุ่น AIM-9A เป็นต้นแบบแรกของ AIM-9 Series ได้ทดสอบยิงครั้งแรกในปี 1953 จากนั้น AIM-9B ก็ถูกพัฒนาขึ้นในกองทัพอากาศสหรัฐในปี 1956 ซึ่งรุ่น AIM-9B นั้นมีประสิทธิภาพในระยะใกล้ๆ (2.5 ไมล์) และมีปัญหาหากใช้ใกล้พื้นดินหรือทะเล และไม่สามารถใช้ในเวลากลางคืนได้ อีกทั้งขาดคุณสมบัติ Head On Capability มีค่า P[k] = 16%

• ยุคที่ 2 จรวดรุ่น AIM-9E/J/N กองทัพอากาศสหรัฐได้สร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาของรุ่น AIM-9B ทำให้มีคุณสมบัติ ในการติดตามเป้า ความเร็ว และท่าทางการบินดีกว่า ส่วนกองทัพเรือสหรัฐ ได้สร้างรุ่น AIM-9D/G/H ขึ้นเพื่อแก้ปัญหาของรุ่น AIM-9B เช่นกันแต่มุ่งเน้นไปในการพัฒนาส่วนของ Seeker เป็นหลัก

• ยุคที่ 3 ในปี 1976 กองทัพสหรัฐได้ใช้งานจรวดรุ่น AIM-9L ซึ่งปรับปรุงใช้เชื้อเพลิงแข็งกับ Rocket Motor และใช้ Active Optical Fuze รวมทั้งปรับปรุงความสามารถในการเข้าจู่โจมเป้าหมาย ได้ในทุกทิศทาง และในปี 1983 จรวดรุ่น AIM-9M ได้รับการพัฒนาให้มีคุณสมบัติดีขึ้นจากรุ่น AIM-9L โดยปรับปรุงคุณสมบัติในการแยกแยะเป้าจริงกับเป้าลวง และใช้ดินขับแบบ Low Smoke แต่ยังคงคุณสมบัติหลักของรุ่น AIM-9L

• ยุคต่อไป จรวดรุ่น AIM-9X เป็น จรวดยุคต่อไปของ AIM-9 Series ซึ่งเป็นโครงการร่วมระหว่าง ทอ.สหรัฐ กับ ทร.สหรัฐ โดยให้บริษัท Raytheon Missile System เป็นผู้วิจัย ซึ่งจะให้มีคุณสมบัติ Canard Less และขับเคลื่อนโดยใช้หลัก Thrust Vector Control ทำให้สามารถเลี้ยวมุมแคบได้ ทั้งนี้เพื่อตอบสนองความต้องการในการปฏิบัติการรบทางอากา ศแบบ First-Look, First Kill เหมาะสำหรับการรบแบบ Dog fight ในระยะสายตา (1-1.5 ไมล์) AIM-9X จัดเป็นจรวดพิสัยใกล้ (Advance Short Range Air To Air Missile หรือ ASRAAM) แบบ IIR (Image Infrared) ควบคุมการขับเคลื่อนโดยใช้ Thrust Vector ทำให้เลี้ยวได้ในวงแคบถึงกลับหลัง ได้ และเมื่อใช้ร่วมกับ Helmet แบบ Joint Helmet-Mounted Cueing System หรือ JHMCS จะทำให้สามารถมองเห็นและ Lock เป้าได้เป็นมุมเงยเกินกว่า 90 องศา และมุมกว้าง 180 องศา

แนวความคิดในการพัฒนา AIM-9X ยึดหลักเกณฑ์ 5 ประการ ได้แก่

1. AIM-9X ต้องสามารถใช้งานได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

2. AIM-9X ต้องสามารถใช้งานได้ทั้งเหนือพื้นดิน พื้นน้ำ และแยกแยะเป้าลวงได้

3. ความสามารถในการ Acquire, Track, Fire และ Wide Area สูงกว่า AIM-9M

4. น้ำหนัก, ขนาดและระบบไฟฟ้าสามารถใช้กับ บ. ของสหรัฐได้ในปัจจุบันรวมถึง F-22

5. มีค่า P[k] สูง

คุณลักษณะเฉพาะ

ประเภท : อาวุธนำวิถีอากาศสู่อากาศ ระยะใกล้

บริษัทผู้ผลิต : Raytheon Co.; Ford Aerospace and Communications Corp.; Loral

ประเทศผู้ผลิต : สหรัฐอเมริกา

ปีที่เข้าประจำการ : ค.ศ.1956 (พ.ศ.2499)

ระยะปฏิบัติการ : 16 กม.

ความเร็ว : มัค 2.5 หรือประมาณ 3,063 กม./ชม.

ระบบนำวิถี : Infrared homing

ดินขับ : ชนิดแข็ง (Solid propellant)

แท่นยิง : ยิงจากเครื่องบินรบ และเฮลิคอปเตอร์บางรุ่น ตัวอย่างเช่น สามารถติดตั้ง AIM-9M กับ F-16 ได้ 6 นัด หรือ F-5 mod จำนวน 2 นัด
รุ่นต่างๆ :

ระยะใกล้ AIM-9A, AIM-9B, AIM-9E, AIM-9J

ยุคที่ 2 AIM-9C, AIM-9D, AIM-9G, AIM-9H

ยุคที่ 3 AIM-9L, AIM-9M, AIM-9P, AIM-9S

ยุคต่อไป AIM-9X

น้ำหนัก : 75.3 กก. (AIM-9P-3), 87 กก. (AIM-9M)

ความยาว : 304.8 ซม. (AIM-9P-3), 2.85 ม. (AIM-9M)

เส้นผ่าศูนย์กลาง : 12.7 ซม. (AIM-9P-3), 12.7 ซม. (AIM-9M)

หัวรบ : ดินระเบิดแรงสูงแบบ High Explosive (HE) น้ำหนัก 9.4 กก. (AIM-9P-3), 9.43 กก. (AIM-9M) และสะเก็ดระเบิด (Blast fragmentation effect)

ปีกเล็กกางสุด : 43.2 ซม. (AIM-9P-3), 64 ซม. (AIM-9M)

ปีกกางสุด : 55.9 ซม. (AIM-9P-3), 56 ซม. (AIM-9M)

ราคา : รุ่น AIM-9X ประมาณ $280,000 หรือประมาณ 8.7 ล้านบาท (ข้อมูลจากงาน Seoul ADEX 2011)

สงครามที่เคยใช้ :

Vietnam War, Six-Day War, Yom Kippur War, 1982 Lebanon War, Falklands War, Gulf War

ประเทศผู้ใช้ :

อาร์เจนติน่า, ออสเตรเลีย, ออสเตรีย, เบลเยียม, บาห์เรน, บราซิล, แคนาดา, โคลอมเบีย, สาธารณรัฐเช็ก,เดนมาร์ก, อียิปต์, เอธิโอเปีย, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, กรีซ, ฮังการี, อินโดนีเซีย, อิหร่าน, อิรัก, อิสราเอล, อิตาลี, จอร์แดน, คูเวต, มาเลเซีย, เม็กซิโก, โมร็อกโก, เนเธอร์แลนด์, นิวซีแลนด์, นอร์เวย์, ปากีสถาน, ฟิลิปปินส์, โปแลนด์, โปรตุเกต, ไต้หวัน, ซาอุดิอาราเบีย, แอฟริกาใต้, สิงคโปร์, เกาหลีใต้, สเปน, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, ญี่ปุ่น, ตุรกี, ตูนีเซีย, สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา, เวเนซุเอล่า, ซิมบับเว และไทย (รุ่น AIM-9P-3 และ AIM-9M)

หมายเหตุ

จรวดรุ่น AIM-9P

AIM-9P Series (-1,-2,-3,-4,-5) ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อขายให้แก่มิตรประเทศโดยดัดแปลงจาก AIM-9J/N โดย AIM-9P เป็นอาวุธนำวิถีสกัดกั้นอากาศสู่อากาศ ความเร็วเหนือเสียง นำวิถีโดยรับ Infrared (IR) จากเป้า (Passive Homing Infrared) ลักษณะภายนอกเป็นรูปทรงกระบอก มีปีกบังคับด้านหน้าจำนวน 4 ปีก ใช้ควบคุมทิศทางการบินเข้าหาเป้าหมาย และปีกด้านหลังจำนวน 4 ปีก ใช้ควบคุมการทรงตัว ขณะบินเข้าหาเป้าหมาย

จรวดรุ่น AIM-9M

AIM-9M จัดเป็นจรวดยุคที่ 3 ของ AIM-9 Series ด้วยคุณสมบัติสามารถตรวจจับเป้าได้ทุกมุม (All Aspect) คือ นอกจากจะจับความร้อนจากท่อไอเสียแล้ว ยังสามารถจับความร้อนจากปีกและ ตัว บ. ได้ โดย Rocket Motor เป็นแบบ Low Smoke; Seeker มีความไวสูงเมื่อเทียบกับ AIM-9P Series และมีคุณสมบัติที่ดีกว่า AIM-9L คือสามารถแยกความแตกต่างระหว่างเป้าจริง (บ.) หรือ เป้าลวง (Flare) ได้

AIM-9M สามารถติดตั้งกับ บ.ได้หลายแบบเช่น F-4, F-104, F-5, F-8, A-4, A-6, A-7, Mirage III, Mig21, A-10, A3-7 Kfir, F-20, OV-10, Mirage F1, Hawk, Sea Harrier, Tornado GRI/F3, MR2, F-14, F-15, F-16, F-18, F22 และเฮลิคอปเตอร์แบบ Apache Ah-64A, AH1 Cobra

ผลการใช้ AIM-9M ในสงครามที่ผ่านมาจำนวน 1,000 นัด สามารถทำลาย บ.ข้าศึกได้ 308 ลำ และในสงคราม Gulf War AIM-9M สามารถยิง บ.ตกถึง 11 ลำ Falkland War ยิงตก 25 ลำ

AIM-9M มีหลายรุ่นด้วยกัน เช่น AIM-9M-7 ใช้ในสงครามอิรัก, AIM-9M-8 ใช้ในกองทัพเรือสหรัฐ, AIM-9M-9 เป็นรุ่นที่ปรับปรุงวงจรให้เพิ่มความสามารถในการแยกแยะเป้าลวง ปัจจุบัน AIM-9M-9 ถือว่าเป็นอาวุธหลักของ ทอ.สหรัฐ ในการต่อสู้แบบ Dog Fight



ข้อมูลจาก : http://dtad.dti.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=225%3Asidewinder&catid=13%3Amissile-database&Itemid=2

ผู้โพส: gunhotnews
วันที่: 10 มิ.ย. 2558 21:28
จำนวนคนเข้าชมทั้งหมด:1452
หมวด: อาวุธยุทโธปกรณ์

 

 

 

 


  แสดงความคิดเห็น
 
 
 
ชื่อ
กรุณากรอกข้อความตามภาพ    *ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ทุกตัวและมีอักษรภาษาไทยผสม 
อัพโหลดรูปที่นี่ และนำโค๊ด HTML Code มาใส่ในข้อความที่ต้องการ