"เหยี่ยวประจัญบาน" เอฟ-16 วันวานถึงวันนี้ 40ปีที่ยืนยาว


ขอขอบคุณ บทความโดย ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/tech/401643



"เหยี่ยวประจัญบาน" เอฟ-16 วันวานถึงวันนี้ 40ปีที่ยืนยาว


เป็นเวลากว่า 40 ปีสำหรับเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ เอฟ-16 ในฐานะยังคงเป็นเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ยุคที่ 4 ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา จากวันที่เครื่องต้นแบบขึ้นบินจนมาถึงเอฟ-16 ไวเปอร์ รุ่นล่าสุด มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง...

เป็นเวลากว่า 40 ปีกับจำนวนการผลิตมากกว่า 4,500 ลำ และยังคงดำเนินการผลิตอย่างต่อเนื่อง สำหรับเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ เอฟ-16 บนพื้นฐานการออกแบบดั้งเดิม 4 ทศวรรษกับ เทคโนโลยีที่แตกต่าง 138 แบบ เครื่องบินขับไล่ที่โด่งดังเอฟ-16 ยังคงเป็นเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ยุคที่ 4 ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงมีมาอย่างต่อเนื่อง คือ ชื่อที่แท้จริงของมันคืออะไรกันแน่?



บ้างก็เรียกว่า "ไวเปอร์" ขณะที่คนอื่นๆ เรียกมันว่า "ไฟท์ติ้งฟัลคอน" อย่างไรก็แล้วแต่ ทั้ง 2 ชื่อก็เป็นเหมือนตัวแทนของเอฟ-16 ที่บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ไปแล้ว สำหรับชื่อ "ไฟท์ติ้งฟัลคอน" เป็นชื่ออย่างเป็นทางการของเอฟ-16 ที่อนุมัติโดย ศูนย์บัญชาการยุทธทางอากาศ Tactical Air Command (TAC) ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น Air Combat Command : ACC ส่วนชื่อ ไวเปอร์ นั้น อาจจะมาจากการเรียกของตัวนักบินและช่างเครื่องที่ดูแลมากกว่า

ในปี 2012 ชื่อที่รู้จักกันดีอย่างไวเปอร์ กลายมาเป็นชื่อย่างเป็นทางการของเครื่องบินเอฟ-16 ที่อยู่ในโครงการปรับปรุงเป็น F-16V อันเป็นการปรับปรุงล่าสุด ไวเปอร์ มันแสดงถึงวิวัฒนาการอีกขั้นของเอฟ-16 โฉมใหม่มาพร้อมระบบเรดาร์แบบ active electronically scanned array (AESA) มีการอัพเกรดคอมพิวเตอร์และ สถาปัตยกรรมใหม่ ปรับปรุงค็อคพิทห้องนักบิน ทำให้เอฟ-16 วี เป็นนวัตกรรมสำหรับเครื่องบินขับไล่ไอพ่น และเป็นรุ่นล่าสุดที่มีในเวลานี้


จุดกำเนิดของยอดเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์รุ่นนี้ยอนกลับไปในทศวรรษที่ 1970 ผลิตผลอันเป็นที่รู้จักกันดีจากกลุ่มวิศวกรและนักวิเคราะห์ด้านการป้องกัน ประเทศ ในฐานะมาเฟียเครื่องบินขับไล่น้ำหนักเบา สำหรับการรบอากาศ-สู่-อากาศในเวลากลางวัน

เป้าหมายของโครงการนี้ คือ สร้างให้ง่ายกว่า น้ำหนักเบากว่า เพื่อเป็นทางเลือก แทนที่เครื่องบินขับไล่ขนาดใหญ่ และบังคับยุ่งยาก เช่น เอฟ-4 แฟนธอม แนวความคิดการสร้างค่อนข้างท้าทายทีมออกแบบทุกคน ในการสร้างเครื่องบินที่ยังคิดไม่ออกว่ามันจะบินได้อย่างไร



ในที่สุดการออกแบบที่แปลกใหม่ของพวกเขาเหล่านั้น ก็ได้รับการแปลแล้วโดยวิศวกรที่โรงงานฟอร์ท เวิร์ท รัฐเทกซัส (เจเนอรัล ไดนามิกส์เดิม)  กลายมาเป็นเครื่องบินรบสุดย้ำยุคในเวลานั้น เป็นที่น่าทึ่งว่าทีมฝ่ายผลิต เอฟ-16  ต้องพบกับทุกความท้าทาย ในตารางการผลิต และผลที่ได้นั้น คือ

 

  • ลำตัวและปีกที่ผสานกันเป็นชิ้นเดียวอย่างราบเรียบ เพิ่มแรงยกพิเศษ และพื้นผิวการควบคุม
  • ระบบ ควบคุมแบบ ฟลาย-บาย-ไวร์ ที่เป็นหัวใจสำคัญในการออกแบบ ช่วยให้การบินเสถียร เพิ่มความสามารถในการตอบสนองการควบคุม และความคล่องตัว
  • ห้องนักบิน แบบใหม่ ที่นั่งดีดตัวแบบเอนหลังไปเล็กน้อย คันโยกควบคุม และคันเร่งย้ายไปอยู่ด้านข้าง จอภาพระดับศีรษะ (HUD display) ฝาครอบทรงหยดน้ำ ที่เพิ่มทัศนวิสัยในการมอง และการควบคุม


เอฟ-16 สร้างประวัติศาสตร์นับตั้งแต่เริ่มขึ้นบินครั้งแรก โดยเครื่องบินต้นแบบ YF-16 มันเป็นครั้งแรกที่มีการรวมเอาเทคโนโลยีขึ้นสูงต่างๆ มาอยู่ในอากาศยานแบบนี้

นักบินทดสอบ เครื่อง YF-16 จิม ไรเดอร์ ได้อธิบายถึงส่วนหนึ่งในความประทับใจของวายเอฟ-16 เมื่อครั้งที่ได้ออกแนะนำว่า มันมีฝาครอบที่คุณสามารถมองเห็นได้อย่างน่าทึ่งที่สุด มันเหมือนออกมายืนบนขอบโลกในฟองใสขนาดใหญ่




และที่สุดของที่สุดในปี 1987 ที่มผลิตเครื่องเอฟ-16 ที่โรงงานฟอร์ท เวิร์ธ ได้เคยสร้างสถิติผลิตเอฟ-16 จำนวน 30 ลำในเวลา 30 วัน นั่นเป็นการผลิตที่รวดเร็วมากที่สุดของการทำงานเป็นทีม เพื่อส่งมอบเครื่องด้วยการอุทิศตนของพนักงานในสายการผลิตเอฟ-16 ที่แสดงให้เห็นมาถึง 2 รุ่นใน 4 ทศวรรษ

มาถึงวันนี้กว่า 138 การปรับแต่งของเอฟ-16 ได้วิวัฒนาการจากเครื่องต้นแบบกลายมาเป็นเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4 ที่มี 28 ชาติทั่วโลกเลือกใช้งาน รวมทั้ง กองทัพอากาศไทย โดยมีการปรับปรุงและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องนักบิน ระบบอวิโอนิกส์ ระบบตรวจจับ ไปจนถึงอาวุธแบบใหม่ๆ ทำให้กลายเป็นเครื่องที่มีความน่าเชื่อถือ ดูแลรักษาง่าย และ สนับสนุนภารกิจต่างๆ ได้มากกว่าเดิม


สิ่งที่เป็นวิวัฒนาการสำคัญๆ ของเอฟ-16 ใน 4 ทศวรรษที่ผ่านมา ได้แก่

 

  • พิสัยการบินและนำหนักบรรทุกที่เพิ่มขึ้น
  • มีเซ็นเซอร์อินฟราเรด และระบบชี้เป้าด้วยเลเซอร์
  • มีระบบการเอาตัวรอดที่ก้าวหน้า ทั้งระบบการตรวจจับอาวุธ และเป้าลวงที่เหนือชั้น
  • การเพิ่มแรงขับของเครื่องยนต์ และความสามารถในด้านอากาศพลศาสตร์
  • ห้อง นักบินเป็น กลาสค็อคพิท (Glass Cockpit)  มีจอแสดงผลแบบสีที่ทันสมัย คันบังคับพร้อมปุ่มควบคุม ที่นักบินสามารถควบคุมทุกอย่างจากปลายนิ้ว สามารถใช้งานร่วมกับแว่นตามองกลางคืน แผนที่เคลื่อนไหว และ จอ HUD ที่ใหญ่ขึ้น
  • ปรับปรุงระบบดาต้าลิงก์ ติดตั้งโทรศัพท์ผ่านดาวเทียม และ หมวกนักบิน ที่ติดระบบจับเป้าได้

 


ไวเปอร์รุ่นใหม่นี้ถูกปรับแต่งมาให้มีฟีเจอร์ที่เพิ่มเติมได้ตามแพ็กเกจ อย่างที่ผู้ใช้งานต้องการ ตั้งแต่เริ่มต้นใช้งาน ไปจนถึงขีดความสามารถสูง เช่นติดตั้งระบบเรดาร์แบบ AESA การอัพเกรดคอมพิวเตอร์ควบคุมภารกิจ การอัพเดตอวิโอนิกส์ ติดตั้งจีพีเอส ติดตั้งอุปกรณ์สงครามอิเล็กทรอนิกส์ (กระเปาะแจมเมอร์) เพื่อเตรียมร้อมนักบินเอฟ-16 ไปบินกับเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 5 อย่าง เอฟ-22 และ เอฟ-35 ในอนาคต

แม้จะเป็นเครื่องบินที่ออกแบบมานานกว่า 40 ปี แต่สมรรถนะ และขีดความสามารถของเอฟ-16 ได้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลก จากผลงานในสงครามต่างๆ โดยกองทัพอากาศนานาประเทศ ที่มีเอฟ-6 ประจำการ และจากเอฟ-16 เอ บล็อก 5 มาจนถึง เอฟ-16 อี บล็อก 60 มันได้พิสูจน์ความน่าเชื่อถือในฐานะเครื่องบินขับไล่ที่ดีที่สุด คุ้มค่าที่สุด สามารถถ่วงดุลด้านความมั่นคงแก่ภูมิภาคต่างๆ ยืดหยุ่นในการปฏิบัติงาน อัพเกรดได้หลากหลายรูปแบบ ใช้อาวุธได้หลายค่ายทั้งสหรัฐฯ และมาตรฐานนาโตที่ผลิตโดยชาติต่างๆ เชื่อได้เลยว่าเราจะยังได้เห็นเอฟ-16 บินครองฟ้าไปอีกนับ 10 ปี แม้วันนั้นเอฟ-16 รุ่นแรกๆ จะไปนอนสงบพักผ่อนในสุสานเครื่องบิน หรือ พิพิธภัณฑ์แล้วก็ตาม...


ขอขอบคุณ บทความโดย ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/tech/401643




แก้ไขเมื่อ 09 มิ.ย. 2558 00:36

ผู้โพส: gunhotnews
วันที่: 09 มิ.ย. 2558 00:34
จำนวนคนเข้าชมทั้งหมด:1426
หมวด: อาวุธยุทโธปกรณ์

 

 

 

 


  แสดงความคิดเห็น
 
 
 
ชื่อ
กรุณากรอกข้อความตามภาพ    *ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ทุกตัวและมีอักษรภาษาไทยผสม 
อัพโหลดรูปที่นี่ และนำโค๊ด HTML Code มาใส่ในข้อความที่ต้องการ