บ้านไม่มีคนอยู่...ผีมันจะมาอยู่.....


บทความโดยคุณ nutxnut  จากพันทิป
http://pantip.com/topic/32934653





ถ้าบ้านไม่มีคนอยู่...ผีมันจะมาอยู่

คุณเคยได้ยินคำบอกเล่าแบบนี้มั้ยครับ.....

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับผมและครอบครัวเมื่อประมาณ10กว่าปีที่ แล้วครับ อาจจะเพิ่มเติมรายละเอียดเล็กๆที่ผมหลงๆลืมๆลงไปให้ดูอ่านเข้าใจง่ายขึ้น
แต่เรื่องที่เล่ามานี่ รับรองว่าเกิดขึ้นจริงๆ

เรื่องมันเริ่มจากที่แม่ผมได้ไปซื้อบ้านในหมู่บ้านแห่งนึงแถวๆเขตบางกรวย (ทุกคนในบ้านจึงเรียกบ้านหลังนี้ว่าบ้านบางกรวย) ซึ่งแม่ผมเนี่ย ซื้อทิ้งไว้ตั้งแต่ผมยังอยู่ช่วงม.ต้นเห็นจะได้ กะว่าจะไว้เก็งกำไรขาย
จึงไม่ได้คิดจะมาอยู่กันจริงๆจังๆ เพราะสมัยก่อนแถวๆบางกรวย มันจัดได้ว่าไกลพอสมควรกับบ้านที่พวกผมอยู่ บ้านบางกรวยนี้จึงถูกปล่อยทิ้งไว้เฉยๆนานหลายปีทีเดียว

บ้านหลังนี้เป็นทาวน์เฮ้าส์2ชั้นเล็กๆ ไม่ได้ใหญ่โตอะไร  จัดว่าเป็นหมู่บ้านขนาดกลาง  ทุกบ้านก็มีคนอยู่กันเต็ม หมด แต่บ้านที่แม่ผมไปซื้อนี้ เป็นบ้านหลังสุดท้าย อยู่สุดซอยเลย
กำแพงฝั่งทางขวาจะติดกับสวน ซึ่งเป็นที่ดินว่างๆ ต้นไม้ขึ้นรกไปหมด บรรยากาศจึงดูเงียบสงบ  หมู่บ้านนี้อยู่ในซอยใกล้ๆโรงไฟฟ้าบางกรวย แถวนั้นคนเยอะมาก คงไม่มีใครคิดหรอกว่า
บ้านประมานนี้จะเป็นที่อยู่ของสิ่งลึกลับบางอย่างที่พวกผมกำลังจะได้เจอในอีกไม่ช้า

ส่วนครอบครัวผมก็มีพี่น้องสามคนเป็นผู้ชายทั้งหมด  ผมเป็นคนกลาง สามพี่น้องวัยก็ไล่ๆกัน ห่างกันปี-สองปีเท่านั้นจึงโตมาด้วยกันก็เหมือนเพื่อนกันซะมากกว่า
พอพวกผม3พี่น้องเรียนจบเริ่มทำงานทำการกันแล้ว ก็เรื่มอยากจะขยับขยายย้ายออกมาอยู่กันเอง เพื่อความเป็นส่วนตัว เพราะที่บ้านผมอยู่กันหลายคนมาก

เรื่องมันเริ่มจากพี่ผมเป็นคนแรก........

พี่ผมพอเรียนจบมีงานทำ ก็เลยบอกแม่ผมว่า บ้านหลังนี้ปล่อยทิ้งไว้ตั้งหลายปี ไม่มีใครเข้าไปอยู่เลย ทิ้งไว้แบบนี้บ้านก็โทรมหมด เดี๋ยวมันเข้าไปอยู่เอง จะได้เข้าไปดูแลบ้านด้วย

คือต้องอธิบายไว้ก่อนนะครับว่าพวกผมสามคนพี่น้องพอเริ่มโตเป็นวัยรุ่นแล้ว ไม่เคยมีใครเชื่อเรื่องผีหรือกลัวผีกันเลย เคยมีประสบการณ์เหมือนจะเจอผีก่อนหน้าเรื่องนี้หลายหน
แต่ก็ไม่ได้รู้สึกกลัวอะไร  จะออกแนวด่าๆหรือท้าทายเรื่องพวกนี้ด้วยซ้ำ(ไว้ วันหลังถ้ามีโอกาส จะมาเล่าให้ฟังอีก เรื่องผีที่เจอสมัยเรียน..)
ประมานว่าไม่เชื่อ ไม่กลัว เรื่องผีนี่เป็นสิ่งที่หลอกลวงติงต๊อง แน่จริงออกมาเลย ไม่เคยหวั่น ตามประสาวัยรุ่น

ที่นี้พอพี่ผมไปนอนที่บ้านบางกรวยได้ซักประมาณอาทิตย์นึง ก็กลับมาที่บ้าน มันก็เริ่มมาเล่าเรื่องแปลกๆให้ผมฟัง
เริ่มจาก เฮ้ย!! ตูเจอผีที่บ้านบางกรวยมาว่ะ..พี่ผมมันบอกผมคำแรกเลยเมื่อเจอหน้ากัน....
ผีอะไรฟะ?? ผมก็ถามแบบงงๆกลับไป
พี่ผมมันก็เล่าให้ฟังว่า เวลามันเลิกงาน กลับมาจากที่ทำงานเข้าบ้านมา มันรู้สึกเหมือนมีคนอยู่ในบ้านตลอดเวลา
อยู่ชั้นล่างก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนอยู่ชั้นบน พอขึ้นไปนอนชั้นบนก็ได้ยินเสียงคนเดินลงบันไดมั่ง ได้ยินเสียงคนคุยกันมั่ง
ช่วงมันไปนอนคืนแรกๆ มันฝันเห็นผู้ชายตัวใหญ่ๆมาไล่มัน ไม่ให้มันมานอน ไล่ให้มันกลับบ้านไปซะ ประมานนั้น...
คืนต่อมา มันฝันอีก...คราวนี้ฝันว่านอนๆอยู่ มีหมาตัวใหญ่ๆมันกัดมัน มาฟัดขย้ำกัดที่ท้องมันเลย ตกใจตื่นมานี่เปิดเสื้อดูที่ท้องก็เหมือนมีรอยช้ำๆแดงๆที่ท้องด้วย

พอผมฟังมันเล่าเท่านั้นล่ะครับ.......

ผมนี่หัวเราะก๊ากเลย555555

มิงอย่ามาโม้ ฝันเลอะเทอะ ผมก็ด่ามันไปตามประสา มิงมันคิดไปเองแหงๆ แต่พี่ผมมันก็ยืนยันว่าบ้านหลังนี้มันแปลกๆจริงนะ มันมีผีแหงๆเลย มันยืนยัน

ครานี้ล่ัะครับ ความสนุกจึงเริ่มขึ้น..

ช่วงวันจันทร์-ศุกร์ พี่ผมก็จะไปนอนบ้านบางกรวย พอวันเสาร์-อาทิตย์ก็จะกลับมาที่บ้านเจอผม  พอผมเจอมันที่บ้าน ผมจะก็ถามว่าเปนไงมั่ง
ไปนอนที่บ้านบางกรวยมาอาทิตย์นึงเจอผีอีกมั้ย..ผมก็ถามแบบเอาฮาๆเชิงล้อเลียนมัน

พี่ผมก็สวนมาทันที เจอเด่ะ!! คราวนี้ไม่ใช่ฝันด้วย แม่มมันมาอำกันจะๆเลย

พี่ผมมันก็เริ่มเล่าว่า เวลามันนอนหลับ พอช่วงใกล้จะเช้าฟ้าเริ่มสลัวๆ มันจะโดนผีอำแทบทุกวัน  และมันเริ่มทวีความโหดขึ้นเรื่อยๆทุกคืน
เริ่มจากนอนๆแล้วขัยบตัวไม่ได้  (ตามสูตรคนโดนผีอำเป้ะ)

คืนต่อมาโดนอำอีก ลืมตาขึ้นมาเห็นมีเงาคล้ายๆผู้ชายตัวใหญ่ๆมาเหยียบอยู่บนหน้าอก ยืนหันหลัง ยืนนิ่งๆไม่พูดไม่จา
หายใจแทบไม่ออก แถมมีไอ้ผีหมาที่ฝันเห็นว่ามากัดท้องวันก่อนยืนอยู่แถวๆประตูห้องด้วย กว่าจะหลุดจากการโดนอำมาได้ เหงื่อแตกท่วมตัวเลย..

และที่เด็ดสุดคือ มีอยู่คืนนึง  มันนอนอยู่พอใกล้ๆจะเช้า คราวนี้โดนอำเหมือนเดิม(โดนจนชิน55)
ลืมตาขึ้นมา คราวนี้ไม่มายืนบนตัวแล้วนะ คราวนี้มาเต็มหน้าเลยครับ!!......

พี่ผมมันเจอผู้หญิงมานอนทับบนตัวมัน แบบนอนคว่ำจ้องหน้ากันเลย คือประมาณว่าพี่ผมนอนหงายอยู่ แล้วคุณผู้หญิงคนนี้มานอนคว่ำตัวตรงทับบนตัวพี่ผมเลย จ้องหน้ากันจะๆ
ขยับไปไหนไม่ได้ ผีผู้หญิงนี่ก็จ้องตาพี่ผมเลย พี่ผมบอกว่าเห็นกันจะๆ เพราะมันใกล้จะเช้าแล้ว(มาตอนใกล้จะเช้าเวลาเดิมเหมือนที่เคยเจอแทบทุกคืน)
เป็นผู้หญิงผมยาวๆชุดที่ใส่คล้ายๆชุดนอน นอนจ้องหน้าพี่ผมแบบจมูกแทบจะชนกัน  คุณลองเอาหน้าไปใกล้ๆกับแฟนหรือคนที่ บ้านดูครับ แบบจมูกแทบจะชนกัน
คงจะเห็นภาพประมาณตอนที่พี่ผมเจอไม่ใช่ก็ใกล้เคียง...

พอผมฟังมันเล่าถึงตอนนี้ผมเริ่มอิน เฟ่ดเฟ่ยังกะดูหนังผี ผมเลยถามไปว่า แล้วมิงทำยังไงฟะ!!??

พี่ผมหัวเราะแล้วบอกผมว่า...........

ตูก็จูบแม่มเลย!!!...........................



จูบใคร!!?? ผมถามแบบงงๆ



จูบผีผู้หญิงนั่นไง!!


.....................................................................




ใช่ครับ ฟังไม่ผิด...........................................................

พี่ผมทำปากจู๋ๆ จุ๊บที่ปากคุณผู้หญิงที่มานอนคว่ำสบตากะมันซะงั้น!!!


โดนอำๆอยู่กระดุกกระดิกตัวไม่ได้ แต่มันผงกหัวไปจุ๊บคุณผีผู้หญิงได้ซะงั้น งง ไอ้สัส งง!!

5555555555555555555555 ผมนี่ฮาลั่นบ้านเลย เยสส

คือต้องอธิบายก่อนนะ ว่าพี่ผมเนี่ยจัดได้ว่าเป็นคนนิสัยเจ้าชู้คนนึง ชอบจีบหญิง มีแฟนไปทั่ว เวลาไปเที่ยวผับกับผมทีไรมันต้องได้เบอร์โทรสาวๆ ต้องมีคนมาชอบทุกที
พอผมฟังมันเล่าแบบนี้ผมล่ะโคตรจะฮาเลย เป็นคนอื่นที่กลัวผีเจอแบบนี้นี่คงช็อคไปแล้ว แต่นี่มิงยังมีอารมณ์ไปจุ๊บผีที่มันมาอำมิงอีก ทำไปได้ยังไงฟะ!!!


เรื่องของพี่ผมก็จบลงประมาณนี้ครับ เพราะพอหลังจากเข้าไปอยู่ได้ซัก2อาทิตย์ มันก็บอกว่าก็ไม่เจอแล้วนะ นอนๆไปก็เห็นไม่มีอะไร เรื่องนี้เลยกลายเป็นเรื่องโจ้กมาเล่ากันฟังขำๆกันมากกว่าสำหรับผมกับน้อง

พอหลังจากที่พี่ผมอยู่ไปได้ซักสามสี่เดือน ก็ย้ายกลับมาเช่าห้องอยู่แถวๆบ้านผม เพราะอยู่ที่บางกรวยมันไกลจัด ไปทำงานลำบาก เลยมาหาห้องเช่าอยู่ละแวกบ้านแทน

บ้านบางกรวยก็เลยปล่อยร้างไม่มีคนเข้าไปอยู่อีกพักใหญ่ๆ

คราวนี้เป็นเรื่องน้องของผมมั่ง..............

น้องผมเป็นศิลปีนวาดรูปแนวจิตรกรรม เขียนสีน้ำมัน วาดรูปแสดงงานอะไรประมาณนั้น
ทีนี้น้องผมมันต้องเขียนรูป ขึงเฟรมใหญ่ๆ รูปนึง1-2เมตร แต่บ้านที่อยู่มันเล็กไง เขียนรูปสีน้ำมันทีพิ้นที่ไม่พอแถมเหม็นกลิ่นสีกันทั้งบ้าน น้องผมเลยเข้าไปอยู่ที่บ้านบางกรวย ต่อจากพี่ชายผม
เพราะบ้านบางกรวยมันไม่มีเฟอร์อะไรเลยมีแค่เครื่องใช้ที่จำเป็น
ตอนที่พี่ผมอยู่ ก็เอาแค่ที่นอน ตู้นเย็น ทีวีเครื่องเล็กๆเข้าไปแค่นั้น ไม่มีโซฟา โต๊ะกินข้าวอะไรเลย ชั้นล่างตรงห้องรับแขกจึงโล่งๆ เขียนรูปอะไรก็สบาย

พอน้องผมเข้าไปอยู่ก็เจอเรื่องแปลกๆเหมือนพี่ผม

พอเจอหน้ากันน้องผมก็มาเล่าว่าไปเจออะไรมาบ้าง
มาแนวเดียวกับที่พี่ผมเจอเลยคราวนี้ ทั้งโดนอำ ทั้งได้ยินเสียง เหมือนไม่ได้อยู่คนเดียว
มันมีเรื่องจิ๊บๆจ้อยๆอีกเยอะ ขอข้ามไปแล้วกันนะครับ เอาเฉพาะไฮไลท์โหดๆมาเล่าไปเลย

ที่เด็ดสุดของน้องผมนี่คือผีมันมาตอนกลางวันแสกๆกันเลยทีเดียว

เรื่องนี้ผมไม่ค่อยอยากจะเล่าให้ใครฟังเท่าไหร่ ขนาดผมฟังผมยังไม่อยากจะเชื่อ... แต่น้องผมยืนยันว่าเรื่องจริงชัว100%
และถ้าผมไม่ได้ไปเจอกับตัวเองในตอนหลังผมคงไม่เชื่อเหมือนกัน....

คือมีอยู่วันนึง น้องผมนั่งว่ดรูปและเกิดง่วงขึ้นมา เลยนอนหลับงีบซักแปป หลับอยู่ชั้นล่างนะครับ (ที่พี่ผมเจออำสารพัดผีนี่คือเจอที่ชั้น2 ในห้องนอน)
น้องผมนอนมันตรงพื้นห้องรับแขกที่มันว่างๆโล่งๆประมาณนั้น นอนตอนกลางวันเกือบๆบ่าย
หลับไปได้ซักแปปปรากฎว่าได้ยินเสียง.....
ตุบ......

ตุบ........

ตุบ........

ตุบ...........
เสียงเหมือนคนเดินกระทืบเท้าหนักๆอยู่ชั้นสอง

พอน้องผมลืมตาตื่นขึ้นมานี่.....

โดนผีอำครับ

ขยับตัวไม่ได้!!!

เวรแล้วไง....................

แล้วน้องผมมันนอนตะแคงข้างหันหน้าเข้าไปในตัวบ้านสามารถมองเห็นบันไดขึ้นชั้น2ได้

ไอ้เสียง ตุบ....ตุบๆๆๆนี่มันดังจากชั้นบน...

เสียงมันก็ค่อยๆไล่ลงมาทางบันได.................

พอมองไปตรงบันไดสิ่งที่น้องผมเห็นคือ คนตัวดำๆ เหมือนเป็นเงาๆทั้งตัวค่อยๆคลานลงบันไดมา

มันคลานแบบหงายหน้าขึ้นเอาสองมือสองเท้ายันพื้น เอาส้นเท้าเดิน ลงบันไดมา!!!!

ไอ้เสียง ตุบ!!   ตุบ!!     ตุบ!!      ตุบ!! นี่คือเสียงส้นเท้าที่เดินกระแทกพื้นลงมาจากชั้นสอง

..............

ฟังแล้วผมแทบไม่เชื่อ แต่น้องผมมันทำหน้าจริงจังมาก บอกว่ามันคลาน ตุ๊บๆๆๆลงบันไดผ่านมาตรงปลายเท้าแล้วมานอนอยู่ข้างหลังมันเลย

เย็สสสสสสเข้!!  ขนาดผมไม่กลัวผี ฟังแล้วยังสยอง


น้องผมเล่าต่อว่า พอเห็นว่ามันคลานผ่านมาทางด้านหลังไป น้องผมก็พยายามจะลุกขึ้น  แต่ลุกไม่ขึ้น ทำยังไงก็ลุกไม่ขึ้น บรรยากาศก็โคตรมาคุเลย(รู้จักมั้ยครับบรรยากาศมาคุ)
นอนเกร็งอยู่แบบนั้นซักพัก...จนน้องผมคิดขึ้นมาได้
คือตอนนี้น้องผมนอนตะแคงข้างซ้าย เอาแขนซ้ายรองหัวไว้อยู่(นอนตะแคงหันซ้าย)แล้วไอ้ผีมืดที่มันคลานมานั่น มันผ่านปลายเท้าไป แล้วไปอยู่ด้านหลัง(ทางขวา)
น้องผมเลยพยายามก้มหัวลงมองลอดใต้ลักแล้ซ้ายตังเอง พยายามจะมองไปข้างหลัง(ใครนึกภาพไม่ออกลองทำตามดูได้)
ก้มลงๆบิดตัวขึ้น จนตรงลักแล้มีช่องว่างพอจะมองเห็นด้านหลังได้!!  

และสิ่งที่เห็นคือ..........

ไหล่และผมผู้หญิงผมยาว นอนหงายอยู่ด้านหลังน้องผม!!!(ตัวไม่ดำๆแล้ว)

พอเห็นเท่านั้นล่ะ เหมือนผีมันรู้ มันลุกพรวดขึ้นมาเลย แล้วก็หายไป

น้องผมอยู่นอนอยู่ท่านั้นจนเหงื่อแตก เพลียเลยหลับไป  รู้สึกตัวอีกทีก็เย็นแล้ว  วันนั้นกลับบ้านเลย ไม่นอนแล้วที่บางกรวย  หลอน!!!

หลังจากวันนั้นน้องผมก็ยังกลับเข้าไปนอนนะ แต่ก็ไม่ได้เจออะไรที่มันสั่นประสาทแบบนี้อีก มีบ้างก็แบบมาอำ แบบเสียงอะไรตามปกติ ไม่บ่อย

จนน้องผม พาแฟนไปที้บ้านบางกรวยนี่ล่ะ ผมจึงเริ่มเข้าใจ ว่าพวกผีที่นั่นมันเป็นยังไง.........
น้องผมเล่าว่า มีอยู๋วันนึงพาแฟนไปที่บ้านบางกรวย ไปดูน้องผมวาดรูป  ทีนี้พอตอนกลางวัน น้องผมก็ออกไปซื้อข้าวหน้าหมู่บ้าน

แฟนน้องผมก็รออยู่ที่บ้านคนเดียว

งานเข้าสิครับคุณผู้ชม!!!!!

แฟนน้องผมก็นั่งๆนอนๆดูทีวีไป รอกินข้าว  อยู่ดีๆก็ได้ยินเสียงคนคุยกัน ดังมาจากทางด้านหลังกำแพงบ้าน ตรงที่มันเป็นป่าติดกำแพงด้านข้างของบ้าน
เสียงเหมือนคนซุบซิบคุยกันเบาๆ จับใจความได้ว่า

เสียงผู้ชาย:          ผู้หญิงคนนี้ใครอ่ะ..........


เสียงผู้หญิง:        ทำไมมานอนอยู่ในบ้านนี้........(น้ำเสียงไม่พอใจ).


เสียงเด็กผู้ชาย:  อ๋อๆก็แฟนของAไง(ชื่อน้องผม)  Aออกไปข้างนอก..............


เท่านั้นล่ะครับ พอน้องผมซื้อข้าวกลับมา แฟนน้องผมกลัวมาก ร้องไห้ขอกลับบ้านเลย ข้าวปลาไม่กิน และไม่กลับมาเหยียบบ้านหลังนี้อีกเลย


ผมกับน้องจึงสรุปได้ว่าบ้านบางกรวยหลังนี้..ถ้าใครแปลกหน้าเข้ามาอยู่ในบ้าน จะต้องโดนเหล่าบรรดาผีที่อยู่ในบ้านนี้ รับน้องใหม่กันทุกคน!!

และมันทุกคนจริงๆ เพราะหลังจากนั้น ก็มีญาติๆรุ่นๆเดียวกัน เข้าไปอยู่กับน้องผม คือประมาณว่าไปมีเรื่องกับนักเลงมา เลยมาขอหลบอยู่ด้วยพักนึง
ญาติคนนี้ก็เข้าไปอยู่ได้แค่ไม่กี่วัน โดนผีที่บ้านบางกรวยรับน้องจนอยู่ไม่ไหว  ต้องไปหาที่หลบภัยที่อื่นกันเลยที เดียว.....(หลบนักเลง ดันมาเจอผี ซวยสองเด้ง)

ต่อด้านล่างนะครับ เรื่องมันยาว

ต่อครับ........
ญาติๆอีกคนเป็นรุ่นน้อง พอฟังเรื่องที่น้องผมเล่า เกิดนึกคึก อยากลองขึ้นมา เลยตามน้องผมเข้ามาอยู่ด้วย คือสดมาก ท้าเลย  ออกมาๆอยากเจอ
มาถึงบ้านบางกรวยตอนบ่ายๆ พอตกเย็นฟ้ามืดเท่านั้น ยังไม่ทันเจออะไรเลย แต่เจอบรรยากาศวังเวงเข้าไป กลัวจนไข้ขึ้น ร้องขอกลับบ้านตอนสี่ทุ่มเลย

บ้านไม่มีคนอยู่  ผีมันจะมาอยู่..............
แต่นี่พอคนจะมาอยู่ ผีมันดันยืดบ้านกลายเป็นบ้านมันไปซะงั้น
พอคนเข้าไปอยู่ มันก็มาแกล้งรับน้องซะกระเจิงทุกราย
ในใจพวกผมก็คิดแบบนี้.......

เข้าใจว่าพวกผีที่มาอยู่ที่บ้านบางกรวยนี้จะมาหลอกแค่คนที่เข้าไปอยู่แรกๆเท่านั้น คือโดนหลอกกันแบบโหดๆไปทีสองทีก็ไม่มาให้เห็นแล้ว
ต่างคนต่างอยู่ จากเรื่องทั้งหมดของคนที่เข้าไปอยู่แล้วเจอมา สรุปได้ว่า...
มีผีผู้ชายคนนึง
ผีผู้หญิงคนนึง
ผีเด็กคนนึง
ผีหมาตัวใหญ่ๆอีกตัวนึง..........

มันมาอยู่กันทั้งครอบครัว!!!

เล่ามาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะสงสัย เฮ้ย!มันเฮี้ยนขนาดนี้ยังจะอยู่กันได้อีกหรือ?
ก็อย่างที่บอกไปข้างต้น พี่ผมและน้องผมไม่ค่อยจะกลัวผีกัน ถึงมันมาแกล้ง มาอำโหดยังไง ตื่นมาก้เฉยๆ มาเล่าให้ฟังกันแบบฮาๆ หลอนๆ
จะเป็นอารมฌ์เซ็งๆซะมากกว่า ว่ามิงมาหลอกมาแกล้งตูทำไมเนี่ย...คนจะหลับจะนอน
ไปเล่าให้แม่ฟัง แม่ก็บอกให้ไปทำบุญให้เค้า เค้ามาขอส่วนบุญ บลาๆๆๆ พวกผมก้ไม่ทำ ไม่สนใจ
ประมาณว่ามิงหลอกได้ก็หลอกไปเด่ะ ตูไม่กลัว ตูไม่ไป ตูจะอยู่  ดูเด้ะใครจะไปก่อนกัน......


จากที่ฟังเรื่องของพี่ผมและเรื่องของน้องผมมา ผมก้ได้แต่รับฟังเท่านั้นล่ะครับในตอนแรก แต่ผมไม่มีโอกาสจะได้เข้าไปอยู่  เลยไม่รู้ว่ามันเป็นยังไง บางทีแวะไปก็ช่วงกลางวัน
ไปแปปเดียวกลับ ไม่ได้อยู่นานๆอะไร เลยไม่รู้สึกว่าบ้านนี้มันมีผีหรือน่ากลัวอะไรเหมือนที่ได้ฟังมา..

จนวันที่ผมต้องเข้าไปจริงๆอยู่นี่ล่ะ เนื่องจากยายของผมเนื่ย อายุมากแล้ว บ้านที่อยู่กันมา ข้างๆบ้านก็ชอบทำเสียงดังไง แม่ผมเลยอยากให้ยายไปอยู่ที่สงบๆ
เงียบๆมั่ง เหมือนได้ไปพักผ่อนตามประสาคนแก่ไปในตัว เลยตัดสินใจให้ยายไปอยู่กับน้องผมที่บ้านบางกรวย เพราะอย่างที่บอก บ้านบางกรวยมันเป็นหลังสุดท้ายในซอย มันจะเงียบๆ สงบดี ยายก็ชอบที่เงียบๆ
แต่ตอนนั้นยายผมติดหลานมาก(ลูกชายผม ประมาน5ขวบ)เลยจะเอาหลานไปอยู่ด้วย  ซึ่งเป็นช่วงปิดเทอมพอดี ก็เลยตกลงว่าจะไปอยู่กับน้องชายผมทั้งยายทั้งหลาน...

ไอ้ผมก็เป็นห่วงยายกับลูกชาย เพราะน้องผมมันติสต์ๆเป็นศิลปิน กลัวจะดูแลยายกับลูกผมไม่ทั่วถึง พอตกเย็นเลิกงานผมจึงเข้าไปอยู่ที่บ้านบางกรวยด้วยอีกคน


เรื่องของผมมันก็เริ่มจากตรงนี้ล่ะ..........

จำได้เลยตอนเข้าไปนอนที่บ้านบางกรวยคืนแรกนี่ ผมทำงานอยู่แถวพระราม3พอเลิกงานก็จะนั่งรถมาต่อเรือด่วน เพื่อมาลงตรงสะพานพระราม7 แล้วนั่งมอเตอร์ไซค์ต่อเข้ามาในหมู่บ้าน กว่าจะถึงบ้านก็ประมาณ3ทุ่มแล้ว

นั่งมอเตอร์ไซค์มาเรื่อยๆจนถึงบ้าน ตรงนั้นเป็นซอยตัน และบ้านผมอยู่หลังสุดท้ายเลย มอไซมันก็ไม่วิ่งไปสุดทางจนถึงหน้าบ้านนะ มันดันจอดห่างจากบ้านผมอีกตั้ง6-7หลัง ไม่รู้ทำไม...
ไอ้ผมก็เห็นว่าใกล้ๆก็เลยหยวนๆลงมันตรงนั้นแล้วเดินต่อไปก็ได้ แต่พอจ่ายตังค์ให้พี่มอไซไป แล้วเงยหน้ามามองที่ตัวบ้านเท่านั้นล่ะ สิ่งที่ผมเห็นคือ.....

ผมมองไม่เห็นบ้านครับ.......

บ้านสองหลังสุดท้ายมันมืดสนิท

ข้างๆบ้านก็ปิดไฟมืด

บ้านตรงข้ามก้เปิดไฟดวงเล็กๆพอจะเห็นสลัวๆแค่นั้น

ทำให้บ้านสองหลังสุดท้าย เหมือนบ้านมันกลืนหายไปในความมืด  ยังกะในหนังผีไม่มีผิด.....
มองไปก็มืดๆดำๆ ด้านหลังก็เป็นสวน เห็นเป็นเงาต้นไม้ตัดกับท้องฟ้า ยังกับในหนังแม่นาคเลย
มันวังเวงมากๆ ขนาดผมไม่กลัวผี ผมมองแล้วยังต้องหยุดชะงัก..
ผมล่ะจำภาพติดตาได้มาจนบัดนี้.....
(พี่มอไซวินมันจอดก่อนถึงบ้านเพราะเหตุนี้รึเปล่าก็ไม่รู้ เพราะผมบอกว่าหลังสุดท้ายตอนก่ิอนจะขึ้นรถ
มันดันจอดซะห่างบ้านไปอีกเป็น20เมตร)


พอเดินเข้าบ้านไปเลยรีบเปิดไฟหน้าบ้าน  ชักจะเริ่มตะหงิดๆชอบกล แต่ก็ไม่คิดอะไรมาก กินข้าวเสร็จก็อาบน้ำแล้วก็่ส่งยายกับลูกขึ้นนอน
แล้วผมก็มานั่งดูน้องผมวาดรูปนั่งคุยกันถึงประมาณเที่ยงคืนกว่าๆ ผมจึงตามลูกเข้าไปนอนในห้อง
ไอ้ตอนเดินจะขึ้นบันไดไปนี่ล่ะ อยู่ดีๆก็ได้ยินเสียงบ้านข้างๆมันเหมือนทุบๆผนัง ตุบๆๆๆๆ เนื่องจากกำแพงบ้านมันติดกัน ผมเลยคิดว่าสงสัยเค้าตอกอะไรอยู่แหงๆ
แต่มิงมาตอกอะไรป่านนี้ฟะเนี่ย นี่มันจะตี1แล้วนะ.....

พอขึ้นไปชั้นสองของบ้านมีสองห้อง น้องผมนอนห้องเล็กคนเดียว  ส่วนผม,ลูกชายและยายผม นอนรวมกันที่ห้องใหญ่โดยให้ยายกับลูกผมนอนที่เตียง
ส่วนผมเอาผ้ามาปูนอนชิดๆกำแพงข้างประตูห้อง

ห้องนอนนี้ก็คือห้องที่พี่ผมมันเจอสารพัดผีที่มาแกล้งมันก่อนหน้านี้นี่ล่ะ และก่อนขึ้นนอน น้องผมมันยังมาแซวว่าเดี๋ยวคืนนี้เจอรับน้องใหม่แน่ๆ55

พอผมหลับตานอน ก้หลับปกติ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น อาจเป็นเพราะเหนื่อยกับการเดินทางที่ไม่ชินด้วย ก็เลยหลับสนิทอย่างรวดเร็ว

แต่พอซักตีสองหรือตีสามนี่ล่ะ นอนๆอยู่ก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียง....................


บรู๊รรรรรรร .......... บรู๊รรรรรรรรรรร......

บรู๊รรรรรรร .......... บรู๊รรรรรรรรรรร.....

บรู๊รรรรรรร .......... บรู๊รรรรรรรรรรร.....

FFFFUUUU!!!หมามันหอน!!! มันประสานเสียงซิมโฟนี ออร์เคสตรา หอนกันดังมาจากทางสวน เสียงดังกังวานมาก

หอนกันเป็นสิบๆตัว ไม่รู้มันเป็นบ้าอะไรกัน ผมตื่นขึ้นมาคิดในใจมิงจะหอนทำห่าอะไรฟะ ยิ่งมานอนแปลกที่ ยิ่งหลับไม่สนิทอยู่ ก็เลยเปิดประตูห้องนอนเดินออกมา เห็นห้องน้องผมก็ปิดไฟนอนไปแล้ว

ผมเลยเดินมามองตรงหน้าต่าง มองไปตรงสวนที่หมามันหอน ตอนนั้นในใจก็นึกๆเหมือนกันว่าเกิดผีมันโผล่มา จะทำไงฟะนั่น...
แต่พอมองไปก็มืดๆ ไม่มีอะไร  มีแต่เงาต้นไม้รกๆ ตัดกับท้องฟ้า ผมเลยกลับเข้ามานอนต่อ....

หลับไปจนใกล้จะเช้าอยู่ดีๆผมก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้ง รู้สึกว่าเหมือนหูอื้อๆแปลกๆเหมือนคนว่ายน้ำ แล้วน้ำเข้าหู
คือมันมีเสียงอื้อๆตลอดเวลาพร้อมๆกับมีเสียงวิ้งงงงงงง วิ้งงงงงงงงงงงง ยาวๆ
เป็นเสียงแบบที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนบนโลกมนุษย์ มันดังอยู๋ในหู!!

จังหวะนั้นผมนอนหงายอยู่เลยพยายามลุกขึ้นมา แต่ลุกไม่ขึ้น!!!!

ลุกไม่ขึ้น!! เหมือนตัวเรามันหนักมาก ทำอะไรไม่ได้เลย

เป็นอะไรฟะเนี่ยขยับตัวไม่ได้ ไอ้เสียงวิ้งๆ หูอื้อๆนี้ก็ยังเป็นอยู่

ผมตกใจมากตอนนั้น รู้สึกตัวว่าตัวเองตื่นแล้ว ชัวๆ100% ไม่ได้ฝัน เหลือบตามองไปที่ยายกับลูกผม ก็ยังเห็นนอนหลับกันอยู่บนเตียง

พอมองไปที่หน้าต่างผมเห็นเลยว่าท้องฟ้ามันเป็นสีส้มๆสลัวๆใกล้จะสว่างแล้ว

แต่สิ่งที่ผมเจอตรงปลายเท้าผมนี่ซิ!!!

เชรี้ยยยยยยยย!!!!! ผมอุทานในใจแบบนี้เลย...

มีผู้หญิงใส่ชุดคล้ายๆชุดนอนเป็นเงาดำมานั่งพับเพียบอยู่ข้างๆขาผมเลย นั่งอยู่เกือบๆจะปลายเท้าด้านขวา  ผมยาวๆปิดไปครึ่งหน้า เห็นเป็นเงาๆสลัวๆ มองไม่เห็นหน้า
เพราะในห้องมันมืด แต่แสงที่ส่องมาจากหน้าต่างตอนมันใกล้สว่างก็พอจะมองออกว่าเธอมานั่งจ้องผมอยู่

ตอนนั้นผมขยับตัวไม่ได้ ทำอะไรก้ไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกกลัวนะ มันตกใจมากกว่ากับการขยับตัวไม่ได้ของตัวเอง เพราะเกิดมาไม่เคยโดนผีอำมาก่อน

เป็นแบบนี้อยู่ช่วงอึดใจ....

ผมเริ่มค่อยๆยกหัวขึ้นมองเพ่งไปที่ผู้หญิงคนนี้แบบจริงๆจังๆ พยายามเก็บรายละเอียดให้เยอะที่สุดว่าเธอใส่ชุดอะไรหน้าตาเป็นไง..
แต่อยู่ๆเธอก็ค่อยๆเลือน ค่อยๆจางๆหายไปสะงั้น เหมือนในหนังไม่มีผิดเพี้ยนเลย

ช่วงจังหวะนั้นล่ะ ที่ผมเริ่มจะขยับตัวได้ทีละนิดๆ

พอผมรู้สึกว่าตัวเองเริ่มขยับได้ปุ้ป ผมก็จัดการเตะไปที่เธอแบบเต็มแรง หวดไปแบบสุดแรงเท่าที่แรงจะมีเลย


แต่เธอเลือนๆหายไปก่อนหน้านี้แล้วประมาน2-3วินาทีแล้ว

พอผมลุกขึ้นมาได้เท่านั้นล่ะ ผมนี้โมโหมาก ความกลัวไม่มีเลยตอนนั้น คือยั๊วมาก มิงมาแกล้งตูทำไมฟะไอ้แสดดดดด

เปิดประตูห้องวิ่งลงไปข้างล่างเลย  หาเลย  หาผี  ผีอยู่ไหน มิงออกมาเดี๋ยวนี้เลย  ด่าแหลก เหล่าสัตว์โลกทั้งหลายขุดมันขึ้นมาด่าแหลก เดินหาผีรอบบ้านแล้วด่าไปด้วย
แน่จริงมิงออกมาเดี่ยวกันเลยมะ อย่าให้เจอนะมิง

พอยายผมตื่นขึ้นมา(ท่านตื่นเช้าทุกวัน) เห็นผมหน้าตาตื่นๆ เหงื่อเต็มตัว ท่านก็งง ถามว่าเป็นอะไร  ผมก็บอกไปว่าไม่มีอะไร ไม่อยากเล่าให้ท่านฟัง

(เรื่องที่เจอผีที่บ้านบางกรวยหลังนี้ ยายผมไม่รู้นะครับ เพราะไม่มีใครเล่าให้ท่านฟังซักคน ทั้งพี่ทั้งน้องผม เห็นท่านแก่แล้ว)

ตอนผมนั่งพิมให้พวกคุณๆได้อ่านนี่เหมือนภาพมันวนกลับมาอีกครั้ง เรื่องนี้ผมจำได้ทุกรายละเอียดเลย ทั้งที่มันผ่านมาเป็นสิบปีแล้ว  ยังจำได้ขึ้นใจสุดๆ
จำได้ว่าวันนั้น ตอนสายๆผมต้องไปจัดงานแฟชั่นโชว์ที่ห้างเอ็มโพเรียม ที่เพิ่งจะเปิดห้างใหม่ๆเลย (ผมเป็นดีไซเนอร์เสื้อผ้าเด็ก) วันนั้นเจอดารา เจอคนเยอะแยะ
แต่ไอ้เสียง หูอิ้อๆ วิ้งงงๆๆนี่มันตามมาหลอกหลอนผมสุดๆ ตั้งแต่เช้ายันเย็น ไม่เป็นอันทำงาน จะเล่าให้คนอื่นฟังก็กลัวจะหาว่าโม้อีก
จำความรู้สึกตอนเลิกงานแล้วนั่งเรือด่วนกลับมาลงที่ท่าพระราม7เพื่อจะกลับเข้าบ้านบางกรวยวันนั้นได้เลย

ตอนนั้นท้องฟ้าเริ่มมืด.....
ผมมองไปก็นึกในใจ คืนนี้ตูจะเจออะไรอีกมั้ยฟะเนี่ย...........

พอมาถึงบ้าน ผมก็เล่าให้น้องผมฟัง น้องผมมันหัวเราะ ขำที่ผมโดนรับน้องใหม่ แต่น้องผมก็บอกนะว่าเวลามันเจอผีที่นี่แรกๆมันก็เป็น เหมือนเราถูกดึงเข้าไปอยู่ในอีกมิติยังไงไม่รู้ บรรยากาศมาคุ สุดๆ
เหมือนหูอื้อๆ ได้ยินเสียงอื้อๆแปลกๆ  เหมือนที่ผมเจอเป้ะเลย  วันนั้นก่อนที่จะส่งลูกขึ้น นอนผมก็ถามยาย ว่าเป็นไงหลับสบายดีมั้ย ยายผมก็ตอบว่าหลับสบายดี ชอบที่นี่ ที่นี่เงียบสงบดี
ลูกผมก็เล่นซนทั้งวันสนุกสนานไม่มีอะไรผิดปกติ

คืนนั้นพอตก่อนเข้านอน ผมก็ไปยืนกินน้ำตรงตู้เย็นในครัว ผมก็ได้ยินเสียงบ้านข้างๆมันวิ่งขึ้นบันไดเสียงดังอีกแล้ว...ดังทะลุกำแพงมา เลย ผมก็นึกในใจ มันมาเล่นวิ่งไล่จับอะไรกันตอนมืดๆฟะ ทำเสียงดังทุกวัน

สรุปคืนนั้นนอนแบบหลอนๆแต่หลับปกติไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลับสบาย........

พอตื่นมาแต่งตัวไปทำงานตอนเช้าออกจากบ้าน ผมก็เลยเหลือบไปมองบ้านข้างๆ สงสัยว่ามันทำอะไรกันฟะดึกๆดื่นๆชอบทำเสียงดัง

แต่สิ่งที่ผมมองเข้าไปเห็นในบ้านข้างๆ.......





บ้านเปล่าๆ...............



ไม่มีอะไรเลย.................


ไม่มีคนอยู่..........................

ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ใดๆทั้งสิ้น บ้านว่างๆ


ผมงี้ยืนอึ้งงงงงงงงงงงงงงงงง ......................................

ยิ้ม!!!!!!!  แล้ว เสียงที่ได้ยินมาสองวันมันเสียงอะไรฟะ!? ผมรู้สึกตลอดว่าบ้านข้างๆมีคนอยู่ (คนที่มีบ้านกำแพงๆติดๆกันคงเข้าใจนะครับ ว่ามันเป็นยังไง)
พี่ผม หรือน้องผมก็ไม่เคยบอกเลยว่าบ้านข้างๆไม่มีคนอยู่ มิน่าตอนผมมาวันแรกทำไมบ้านผมกับบ้านข้างๆมันกลืนหายไปกับความมืดแบบนั้น..

ผมเลยเดินเข้าไปยืนหน้าบ้านนั้น  มองเข้าไปผมยิ่งอึ้งเข้าไปใหญ่

บ้านหลังนั้นมีโต๊ะมาวางกลางบ้านตัวนึงเล็กๆ แล้วบนโต๊ะมีกระถางะธูป และธูปปัก อยู่2-3ก้าน........................................................

..........................................

ผมเริ่มสติแตกทีละนิดๆคิดว่าจะกลับเข้าไปถามน้องผม แต่น้องผมมันก็ยังไม่ตื่น  ผมก็เลยไปทำงานปกติ พอตกเย็นกลับมาถามน้องผม มันก็บอกว่าข้างบ้านไม่มีคนอยู่นานแล้ว
ตั้งแต่น้องผมมาอยู่ ยังไม่เคยเจอใครมาเลย......................................

คุณเคยดูละครผีตามช่อง3ช่อง7สมัยก่อนมั้ย.......

ตอนเช้ามันก็ปกติดีดำเนินเรื่องไปสนุกสนาน แต่พอตอนเย็นเราจะรู้สึกได้ว่าผีจะมา มันจะทำให้เรากลัว..........................

จากปกติผมไม่เคยกลัวผีเลย พอเจอแบบคอมโบ ติดๆกันแบบนี้  ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกหนาวนิดๆละ

มาถึงคืนที่สาม คราวนี้มันมาอีกแล้ว...................

ผมก้เข้านอนปกติหลับไปยาวๆจนใกล้จะเช้า(อีกแล้ว!!!)

นอนๆอยู่ก็........................................

วิ้งงงงงงงงงงงง   วิ้งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
บรรยากาศมาคุ มาอีกแล้ว................................

หูอื้อๆ อีกแล้วววววววววววววววววววววววววววววววววว

ขยับตัวไม่ได้อีกแล้วววววววววววววววววววววววววววววววววววว

เหมือนเดิมเป้ะเลย แต่คราวนี้มาแต่เสียง ตัวผมนอนชิดกำแพงอยู่ ขยับตัวไม่ได้ อยู่ดีๆก็มีเส

(ต่อครับ)เหมือนเดิมเป้ะเลย แต่คราวนี้มาแต่เสียง ตัวผมนอนชิดกำแพงอยู่ ขยับตัวไม่ได้ อยู่ดีๆก็มีเสียงดังทะลุกำแพงมาเข้าหูผมเลย
เหมือนมีคนมากระซิบที่ข้างหู

ยิ้ม๊หหหหหหหหหหห...............................

ยิ้ม๊หหหหหหหหหหห...........................................

ผมไม่รู้จะพิมอธิบายเสียงนี้ยังไงจริงๆ แต่ที่ได้ยินมันประมาณนี้เลย  เสียงมันแหล่มๆเป็นเสียงผู้หญิง ทำเสียงหึ แต่ลากเสียงยาวๆ เสียงสูงๆ
เหมือนจะหัวเราะก็ไม่ใช่ จะเหยียดหยามก็ไม่เชิง ดังอยู่สองสามครั้งแล้วก็หายไป บรรยากาศกลับมาเป็นปกติ  ผมก็รู้สึกตัวขยับตัวได้ คราวนี้ผมเริ่มมีสติไม่โวยวายหรือด่าแล้ว
ผมเริ่มคิด..............

ตูจะเอาไงกะมันพวกมันดีฟะ......

ช่วงเวลานั้นมีรายการผีรายการนึงทางช่อง7 คุณแมนศุภกิจเป็นพิธีกร ที่ชอบไปตั้งกล้องถ่ายตามบ้านที่มีผีต่างๆ  ผมนั่งนึกจะติดต่อไปยังไงดี ถ้าติดต่อได้นี่ รับรองดังระเบิดแหงๆ
พอไปบอกกับน้องผม น้องก็ไม่อยากจะวุ่นวายก็เลยบอกว่าอย่าเลย เดี๋ยวเกิดถ่ายติดขึ้นมาแล้วจะซวยกันหมด บ้านเก็บไว้ขายเดี๋ยวคนรู้ว่ามีผีจะขายไม่ออกเอา ปล่อยมันแบบนี้ล่ะ
ผมก็โดนรับน้องมาหลายทีแล้ว เดี๋ยวพวกผีมันก็ไม่มายุ่งแล้ว น้องผมบอกแบบนี้....

และมันก็เป็นแบบที่น้องผมบอกจริงๆ

ผมก็ไม่เคยเจออีกเลย ตั้งแต่วันที่พวกมันมาหึ๊หหห  หึ๊หหหหห ใส่ผมให้ค้างๆคาๆ แล้วก้ไม่มาให้เห็น หรือได้รู้สึกอะไรอีกเลย

ผมก็ไปถามยายผมอีกครั้งว่ามีฝันอะไรแปลกๆ หรือโดนผีอำมั่งมั้ย ยายของผมก็บอกว่าไม่มี ไม่เจออะไร หลับสบาย  ลูกผมก็ยังเด็ก เท่าที่คุยๆกันก็ไม่เห็นจะมีอะไรผิดปกติ

แต่ผมก็มีนึกในใจไปขู่ๆผีไว้เหมือนกันนะ ตอนมาวันแรกผมก็นึกในใจบอกไปประมาณว่า มาหลอกตูได้ตามสบาย แต่ห้ามมาหลอกยายกับลูกตูนะ ไม่งั้นตูจะเอาเรื่องพวกมิงแน่
จะจองล้างจองผลาญไม่ให้พวกมิงได้ผุดได้เกิดกันเลยทีเดียว ผมก็พูดขู่ๆในใจแบบนี้ไป
สงสัยคงได้ผลล่ะมั้ง เพราะยายกับลูกผมไม่เจออะไรเลย

แล้วพอหลังจากนั้นสองสามอาทิตย์บ้านข้างๆก็มีคนย้ายเข้ามาอยู่ เท่าที่จำได้รู้สึกว่าพี่เค้าจะขายน้ำเต้าหู้ที่ตลาดแถวๆนั้น พอเค้าย้ายมาอยู่ได้สามสี่วันผมก็มีโอกาสได้คุยกัน เลยถามเค้าว่า พี่มาอยู่แล้วเจอ
อะไรแปลกๆมั่งมั้ย เค้าก็ตอบว่า ไม่เจอนะ ก็ปกติทุกอย่าง  เค้ายังถามผมกลับมาเลยว่าบ้านเค้ามีผีรึ? ผมก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆไม่รู้จะตอบยังไง ว่าไอ้เสียงที่ได้ยินมันเสียงอะไร....

พอลูกเปิดเทอมผมก็พายายกับลูกกลับมาอยู่บ้าน ผ่านไปอีกหลายเดือน จู่ๆน้องชายผม อยู่ดีๆก็คิดอยากจะบวชขึ้นมาซะงั้นไม่มีปี่มีขลุ่ย
แถมไปติดต่อวัดแถวแถวๆนั้นไว้เองเสร็จสรรพเรียบร้อยหมดแล้ว
เล่นเอาที่บ้านผมงงกับเป็นแถบ เพราะปกติน้องผมจะติสต์ๆไว้ผมยาวๆหนวดเครารุงรัง อ่านต่อที่คอมเม้นด้านล่าง

แก้ไขเมื่อ 03 พ.ย. 2559 05:47

ผู้โพส: gunhotnews
วันที่: 23 พ.ค. 2558 22:49
จำนวนคนเข้าชมทั้งหมด:495
หมวด: พูดคุย

 

 

 

 

สุ่มกระทู้

 นาซ่าเผยลูกไฟขนาดใหญ่ระเบิดตกในมหาสมุทรแอตแลนติก  24 ก.พ. 2559 21:01

 ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า ภาคเหนือของไทย เมื่อ ปี พ.ศ. 2478 หรือ 80 ปีก่อน  10 พ.ค. 2559 15:32

 น้ำผลไม้ ไม่เท่ากับ ผลไม้  11 ก.พ. 2559 22:17

 Drone อากาศยานแห่งโลกอนาคต !!  13 มิ.ย. 2558 21:46

 ทำไมคนบางคนจึงชอบฟังเรื่องผีทั้งๆที่กลัว  02 ก.ค. 2559 23:40


1

รุปจากสถานที่จริง


แก้ไขเมื่อ 03 พ.ย. 2559 05:50

ผู้โพส: gunhotnews          วันที่:03 พ.ย. 2559 05:49          

X
Loading........

2

กลับอยากจะบวชซะงั้น เรียกว่านึกอย่างจะบวชก็บวชเลยตามอารมณ์ศิลปิน ตอนเจอกันผมเลยถามว่ามันเกี่ยวอะไรกับไอ้พวกผีที่บ้านมั้ย น้องผมก็บอกว่าไม่เกี่ยว แค่อยากจะบวชเองเฉยๆ ผีพวกนั้นน้องผมก็ไม่ได้เจอนานแล้ว ก็กลายเป็นว่าที่บ้านผมก็ต้องมาจัดงานบวชให้น้องกันที่วัดแถวๆบ้านบางกรวย ซึ่งคืนก่อนวันที่น้องผมจะบวช ผมก็ต้องกลับมานอนที่บ้านบางกรวยนี้อีกครั้งกับยายผม เพราะแม่ผมเห็นว่ายายผมแก่แล้ว วัดก็อยู่ใกล้ๆ พอตอนเช้าตื่นมาจะได้ไม่ต้องเดินทางไกลมาก ไปถึงที่วัดได้เลยไม่เหนื่อย บทสรุปมันเลยอยู่ตรงนี้ครับ....................... คืนนั้นผมก็นอนหลับกับยายผมและลูกผมเหมือนเดิม หลับปกติ ตื่นเช้ามาก็ไปงานบวชน้องผมแต่เช้าปกติทุกอย่าง จนบวชเสร็จตอนเที่ยงๆกำลังจะกลับออกจากวัด ผมก็ได้ยินยายผมกำลังเล่าเรื่องๆนึงให้แม่ผมฟัง ยายผมเล่าว่า เมื่อเช้ารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาตอนใกล้สว่าง เห็นใครก็ไม่รู้มายืนอยู่ในห้องเต็มเลย ยืนอยู่ตรงปลายเท้า มีทั้งผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก แถมมีสิงโตด้วย(ยายผมคงหมายถึงหมาตัวใหญ่ๆที่พี่ผมเจอ) พอผมได้ยินเท่านั้นล่ะ ขนผมลุกไปถึงบนหัวเลย เพราะพวกผมสามคนพี่น้องไม่เคยเล่าเรื่องผีที่พวกผมเจอให้ยายผมฟังเลย เล่าให้แม่ผมฟังก็น้อยมาก ไม่เคยเล่ารายละเอียด แค่บอกว่าเจอผีเฉยๆ ไม่เคยบอกว่าเจอใคร ผู้ชาย ผู้หญิง ยังไง แต่นี่ยายผมเจอคืนเดียว มายืนกันครบเลย ผมเลยถามยายว่า แล้วทำยังไง ยายโดนผีอำหรือเปล่า... ยายผมตอบว่า พอยายเห็น ยายก็ลุกขึ้นมานั่งพับเพียบพนมมือ แล้วตั้งจิตอธิฐานบอกไปว่า....... เดี๋ยวหลานฉันจะบวชวันนี้แล้ว แล้วฉันจะอุทิศส่วนกุศลไปให้นะ.......... เท่านั้นล่ะครับ ผีพวกนั้นก็ค่อยๆหายไป และก้ไม่เคยมีใครได้เจอผีที่บ้านบางกรวยกันอีกเลย ผมได้กลับไปนอนที่บ้านบางกรวยนั้นอีกหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีอะไรที่มันผิดปกติ หรือน่าขนหัวลุกอีกแล้ว หรือเค้าแค่มาขอส่วนบุญ? แล้วพอยายผมอุทิศให้ไป พวกเค้าก็ไปกันหมดแล้ว... มันจบกันแบบหนังผีง่ายๆแบบนี้รึ? อันนี้ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนที่พวกผม3คนเจอผี ตอนนั้นแม่ก็บอกว่าให้ไปทำบุญให้เค้า เค้าจะได้ไปเกิด พวกผมก็ไม่ทำกัน คิดแค่ว่า ถ้ามันอยากให้เราทำบุญให้ แล้วมิงยิ้มมาหลอกตูทำไมทุกวี่ทุกวัน หรือพอเห็นว่าหลอกยังไง ก็ไม่กลัวไม่ยอมทำบุญให้ เลยไม่โผล่มาให้เห็นแบบนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้..... ก็เลยมาหลอกแต่คนที่เข้าไปอยู่ใหม่ หลอกไปเรื่อยๆทุกคน รอคนที่เค้าจะมาทำบุญให้รึ? อันนี้ก็อยู่ที่ความคิดเห็นส่วนบุคคลแล้วกัน ว่าใครฟังแล้วจะคิดยังไง...... จนผ่านไปหลายปีแม่ผมก็ขายบ้านหลังนี้ไป เจ้าของที่มาอยู่ใหม่ จะเจอรับน้องใหม่เหมือนที่พวกผมเจอหรือเปล่าผมก็ไม่รู้ เพราะผมไม่เคยมีโอกาสกลับเข้าไปอีกเลย แต่สิ่งที่ผมเชื่ออยู่อย่างนึงจากเรื่องๆนี้คือ ถ้าบ้านไม่มีคนอยู่...........ผีมันจะมาอยู่..................................... พวกคุณๆทั้งหลายมีบ้านที่ปล่อยทิ้งร้างไว้หลายๆปี โดยที่ไม่มีใครเข้าไปอยู่มั้ยล่ะ............. ลองเข้าไปอยู่ดูครับ เผื่อจะเจอแบบผม...... จบแล้วครับ ขอบคุณที่ติดตามอ่านครับ ปล. ล็อคอินนี้ผมยืมน้องมาโพสนะครับ ผิดพลาดประการใด ขออภัยครับ... 

ผู้โพส: gunhotnews          วันที่:03 พ.ย. 2559 05:47          

1 0

X
Loading........

1

ไปหน้าที่
 


  แสดงความคิดเห็น
 
 
 
ชื่อ
กรุณากรอกข้อความตามภาพ    *ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ทุกตัวและมีอักษรภาษาไทยผสม 
อัพโหลดรูปที่นี่ และนำโค๊ด HTML Code มาใส่ในข้อความที่ต้องการ